DSPS1.0

1. ยุทธศาสตร์ข้อมูลสำหรับผู้บริหาร

ปัจจุบันบริบทของการจัดการข้อมูลอาจแบ่งแยกได้เป็นการดำเนินการเชิงรับและการดำเนินการเชิงรุก ในฝั่งเชิงรับเป็นเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันผลลัพธ์ในด้านลบ เช่น การลดความเสี่ยงโดยมุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การกำกับดูแล และการรักษาความปลอดภัย ส่วนฝั่งเชิงรุกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการสร้างผลลัพธ์ในด้านบวก เช่น การเพิ่มรายได้และความสามารถในการทำกำไรโดยการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่รวมไปถึงการทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับดีขึ้น เป็นที่แน่นอนว่าในหลายๆองค์ประกอบไม่ได้เป็นเรื่องของเชิงรับหรือเชิงรุกเพียงอย่างเดียวแต่สามารถถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั้งสองด้านได้ [3]

การจำแนกประเภทของยุทธ์ศาสตร์ข้อมูล

เชิงรับ (Defense)เชิงรุก (Offense)
วัตถุประสงค์หลักรักษาความปลอดภัยข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความถูกต้อง คุณภาพ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารการดำเนินงานปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันและความสามารถในการทำกำไรให้ดีขึ้น
กิจกรรมหลักปรับปรุงการสกัดข้อมูล มาตรฐานของข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูลปรับปรุงการวิเคราะห์ข้อมูล แบบจำลองข้อมูล การสื่อสารข้อมูลออกมให้เห็นภาพ การแปลงข้อมูล และการเพิ่มคุณค่าของข้อมูล
การวางแนวการจัดการข้อมูลการควบคุมความยืดหยุ่น
การใช้สถาปัตยกรรมSSOT
(Single source of truth)
MVOTs
(Multiple versions of the truth)

ที่มา: Leandro DalleMule & Thomas H. Davenport, What’s Your Data Strategy? The Key Is to Balance Offense and Defense., Harvard Business Review, May 2017, https://hbr.org/2017/05/whats-your-data-strategy (last visited Dec 12, 2023).

ลักษณะความแตกต่างของยุทธศาสตร์ข้อมูลเชิงรุกและเชิงรับ

ที่มา: Leandro DalleMule & Thomas H. Davenport, What’s Your Data Strategy? The Key Is to Balance Offense and Defense., Harvard Business Review, May 2017, https://hbr.org/2017/05/whats-your-data-strategy (last visited Dec 12, 2023).

ปัจจุบันประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 ซึ่งคนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นการกำหนดให้มีการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐซึ่งเป็นด้านการปกป้องข้อมูลเชิงรับเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดีกฎหมายยังได้กำหนดในมาตรการเชิงรุกให้หน่วยงานรัฐดำเนินการโดยอย่างน้อยประกอบไปด้วยกรณีใช้งาน (use cases) 4 ประเภทตามตารางต่อไปนี้ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยให้หน่วยงานพิจารณาดำเนินการได้อย่างเหมาะสม

กรณีการใช้ข้อมูลตามระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562

ประเภทกรณีการใช้ข้อมูลกรณีการใช้ข้อมูลที่กฎหมายกำหนดกลยุทธ์กฎหมาย
1. การปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ(1) เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณและประเมินความคุ้มค่า (Budget Efficiency)เชิงรุกมาตรา 4(5)
3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น(2) การเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะ (Open Data)เชิงรุกมาตรา 4(4)
(3) จัดให้มีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลสำหรับบริการประชาชน (Authentication)เชิงรับมาตรา 12(4)
4. การพัฒนาการให้บริการให้ดีขึ้น(4) พัฒนากระบวนการทำงานให้มีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในการให้บริการประชาชน (Data Sharing)เชิงรุกมาตรา 4(2), มาตรา 12 (2)
(5) การสร้างและพัฒนาระบบความมั่นคงปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูล (Data Security)เชิงรับมาตรา 4(3), มาตรา 12 (5)
(6) จัดให้มีระบบการชำระเงินทางดิจิทัล (Digital Payment)เชิงรุกมาตรา 12 (3)
5. การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทางธุรกิจ(7) นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและการให้บริการ (Digital Services)เชิงรุกมาตรา 4(1)

ที่มา: สรุปโดยผู้เขียน

Reference

[3]

Simon Asplen-Taylor, Data and Analytics Strategy for Business: Unlock Data Assets and Increase Innovation with a Results-Driven Data Strategy (1st edition ed. 2022).

ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง และคณะ, กรอบแนวทางการจัดทำยุทธศาสตร์ข้อมูลภาครัฐ (2566), หน้า 19.
Citation Copied